Apinan さんのプロフィールเรื่องของGuフォトブログリストその他 ツール ヘルプ
5月31日

ข้อคิดที่ได้จากการทำงาน

  1. ถ้าเราไม่ลงนรก แล้วใครเล่าจะเป็นคนลง?

  2. ตราบใดที่เรายังมีเวลานอน เราไม่สามารถอ้างได้ว่าเราไม่มีเวลา...

  3. แม้ Visual Studio จะมีControlให้ลากวาง...แต่กระผมก็ต้องมานั่งจัดใหม่อยู่ดี...

  4. ประสิทธิภาพการทำงานที่สูงส่ง...ต้องแลกกับสิ่งตอบแทนที่เหมาะสมด้วย

  5. การ Tweet ผ่าน Twitter ในเวลาทำงาน ไม่ถือว่าอู้....นอกจากอ่าน Twitter

  6. หูฟัง In Ear เฉยๆมีประโยชน์ช่วยลดเสียงเจื้อยแจ้วรอบข้างเวลาทำงาน

  7. เรารู้ว่า รู้น้อย กับ โง่ นั้นต่างกัน... แต่ไม่ใช่สำหรับคนอื่น

  8. เจ้านายทำเพื่อบริษัทและเงิน ลูกน้องทำเพื่อเจ้านายและเงิน ดังนั้นอย่าเข้าใจว่าเจ้านายทำเพื่อลูกน้อง

  9. ดังนั้นเจ้านายทำหน้าที่ของเขาคือรีดเร้นประสิทธิภาพจากลูกทีม  เราก็ทำหน้าที่ของเราคือเรียกร้องสิทธิของเราอย่างเต็มที่

  10. คนบ่นไม่คิดจะออก คนออกไม่คิดจะบ่น by ongie
  11. คนที่มีโอกาสเรียกร้องสิทธิของตน แต่ไม่ทำ เรียกว่า ฟาย!!
  12. คนที่คิดว่าเรียกร้องไปก็เท่านั้น เรียกว่า ฟาย!! เช่นกัน
  13. ถ้าคิดว่าบ่นไปก็เท่านั้นก็ลาออกไป 
  14. ถ้าทำแล้วไม่สบายใจไม่ถูกจริตก็ลาออกไป
  15. จะไม่มีใครห้ามคุณลาออกเพราะมันสิทธิของคุณ แต่ให้ได้งานก่อนนะ!
  16. หัวหน้าบางคนแสนดี และบางทีแสนเลว แต่ให้ดีต่อหน้าเราก็พอ
  17. การปกปิดความลับเช่นเงินเดือนไม่มิดนำไปสู่ความหายนะขององค์กร
  18. ได้ทำงานเสาร์อาทิตย์ก็โง่พอแล้ว ไม่ได้ OT โง่ยิ่งกว่า

5月13日

อยู่หอโว้วววววววววววววว

ผมมี Twitter แล้วนะครับ (ที่จริงมีมานานแล้ว)
@ g u p o n g
 
จบ
5月2日

2 ปี 17 วันแล้วครับ

ผ่านไป 25 วันผมกลับมาอ่าน blog ที่เขียนไว้คราวที่แล้ว
 
คราวนี้กลับรู้สึกแตกต่าง
เหมือนกับพอมีงานเข้ามาเยอะๆ ไอ้ความรู้สึกเบื่อๆ เซ็งๆ ก็หายไปชั่วคราวหละมั้ง
พออ่านถึงเรื่อง OT ที่ตัวเองเขียนไว้ ก็รู้สึกประหลาดใจ ว่า...เฮ้ย!! ใครเขียนฟ่ะ
เวลาคนเราฟุ้งซ่าน เรื่องไม่เป็นเรื่องก็เอามาเป็นเรื่องให้มีเรื่องหลายๆเรื่องให้คิดมากได้ (เขียนให้งงเล่น ...:P)
 
อ่าน comment พี่ลิ้งค์ แล้วนึกถึงคำพูดพี่ต้อมขึ้นมาเลย ว่า "ป้องไม่ใช่เด็กแล้วนะ"
 
เพราะทุกวันนี้ก็ยังทำตัวเป็นเด็กอมมืออยู่
 
ps. Thanks for your all comments.
 
 
4月10日

จะครบ 2 ปี แล้วครับ

อีก 8 วันก็จะครบ 2ปีที่ทำงานแล้ว
 
ลองย้อนกลับไปคิดดูว่า ตอนแรกที่เตรียมตัวจะมาทำงานเราหวังจะได้อะไรจากการทำงาน...
คำตอบส่วนตัวคือ เงิน ความรู้ ประสบการณ์
และ
คำตอบจากคนสัมภาษณ์คือ "ที่นี่มีบุคลากรที่เก่งไม่แพ้ใครในวงการ
เราต้องการคนที่ตั้งใจทำงานกับเราจริงจัง ยาวนาน" ซึ่งจากคำตอบนี้คาดว่าผมน่าจะได้อะไรจากที่นี่มากมาย
 
จากวันเริมต้นทำงานไปโดยไม่คิดอะไรขอเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้มากๆ
จนวันนี้ซึ่งผมค่อนข้างจะคิดต่างกับในตอนนั้น
ผมตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งต่างๆรอบตัวมากขึ้นจากสาเหตุบางประการ
นั่นคือ การทำงานเดิมๆ ซ้ำๆ ในช่วง1 ปีกว่าทำให้เกิดความเบื่อหน่าย
จนคิดจะหางานใหม่  แต่ด้วยความกลัวว่าเวลาที่เสียไปมันช่างมากเกินไปสำหรับความรู้ ทักษะที่ผมมีอยู่เพียงนิด
 
ทั้งหมดเป็นผลทำให้ผมเริ่มจำเป็นต้องคิดอะไรมากขึ้น...
เวลาเป็นสิ่งมีค่ามากขึ้น ผมเริ่มประเมินตัวเองแบบที่ไม่เคยคิดฝันจะทำมาก่อน
ผลจากการประเมินคือผมออกจะรู้น้อย ทำอะไรได้น้อยไปหน่อยสำหรับเวลา ปีกว่าๆ
 
ดังนั้นความคาดหวังทักษะที่ควรจะได้จากการทำงานจึงมีมากขึ้น ซึ่งช่วงหลังๆก็มีอะไรใหม่ๆให้เรียนรู้เพิ่มได้บ้าง
จนผมเริ่มที่จะคาดหวังสิ่งอื่นๆจากที่นี่มากขึ้น ซึ่งบางครั้งออกจะคาดหวังมากเกินไปด้วยซ้ำ
เช่นวันนี้มีการเรียกประชุมพนักงานในกลุ่มโปรเจคใหญ่เข้าไปคุยเรื่อง จะมีการให้ OT สำหรับคนทำงานล่วงเวลา
พอมีคนมาบอกว่าเขาเข้าไปประชุมเรื่องนี้ ผมก็เกิดความคิดว่า
 "อืมก็ดีนะ แต่ถ้าเราทำ OT บ้างจะได้ไม๊ ....แต่เอ๊ะ! เขาไม่ได้เรียกเราเข้าไปด้วยซะหน่อย!"
 
พอคนเราเริ่มคาดหวัง จากความคิดที่ว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ แล้วเมื่อระรึกได้ว่าสิ่งนั้นอาจจะไม่เป็นดังหวังก็เริ่มเป็นทุกข์
และก็เริ่มพาล "ทำไมไม่เรียกทุกคน ทำไมเรียกเฉพาะคนกลุ่มใหญ่"
 
แต่พอมาคิดว่าอะไรทำให้ผมทุกข์ใจได้อีกในเมื่อ
มาถึงตอนนี้ผมกลับลืมไปว่าตอนนี้ผมต้องการเพียง2อย่างคือ เวลา กับ ความพร้อม
 
10 เมษายน 2552
 
 
 
 
 
 
 
4月5日

สิ่งนี้

อยากเล่นDead Space มีสิ่งนี้เฝ้าขัดขวาง
อยากดูหนัง มีสิ่งนี้คอยขัดขวาง
อยากเล่น PSP มีสิ่งนี้ตามขัดขวาง
นอนฝัน สิ่งนี้ยังตามเข้าไปหลอกหลอน
 
 
สิ่งนี้คือ.....ความวิตกจริต
3月28日

MS TechNet/MSDN 2009

ไปมา
 
Photobucket
 
ได้เสื้อ Windows7 มา2ตัว DVD Training WPF กับ SharePOint โดยรวมถือว่าคุ้ม
 
จบ..
3月14日

ชีวิตช่วงนี้

รู้สึกเนือยๆ กับชีวิตจริงๆ
 
มองดูตัวเองไม่ค่อยมีความคืบหน้าอย่างชื่อ "นักพัฒนา" หรือ developer ซักเท่าไหร่
โปรแกรมก็ไม่ค่อยได้จับ เพราะมัวแต่ ส่งเมลกับรับโทรศัพท์ คอยรับคอยตอบปัญหาที่เกิดกับ program
 
ทำงานไปซักพักจุดหมายเริ่มเลือนลาง เริ่มมองไม่เห็นหนทางของตัวเอง
หลังจากเป็น developer มาจะเกือบ 2ปีนี้ เราเพิ่งมาคำนึงถึงอัตราก้าวหน้าของตัวเอง  โอ้ อนิจจา....
 
เขียนไปก็วนไปเวียนมาแต่เรื่องเดิมแฮะ
 
 
2月14日

Delegate


 
Delegate
 ไม่ค่อยมีเนื้อขี้เกียจพิมพ์ ยิ้ม
  มีสาระเว้ยเฮ้ย!!!
1月24日

Finding Joy In Your Life.

 

 Finding Joy In Your Life.

 

Finding Joy

        Joy is a word that is seldom used today except during the holiday season.  Yet "JOY" is what we seek every day.  We look to relationships, career, kids, and material possessions to find that joy.   

       So why is it that so few of us manage to find the joyful spirit that we so actively see?  Dr. Paul identifies joy as something that comes from within us.  Read further to learn the basis of developing the inner joy, the joy of the spirit.

The Joy of Spirit by: Margaret Paul, Ph.D.

        I have counseled individuals, couples, families and business partners for the past 35 years and authored eight published books. All this experience has resulted in the development of a profound healing process, called Inner Bonding, which anyone can learn and use throughout the day (free course available - see resource box at the end of the article). One of the results of practicing the Inner Bonding process is much more joy in your life.

        What brings you joy? What really brings you joy, as opposed to what you think brings you joy?

        We have all been taught that we will be happy when we: find our soul-mate, make money, work at something we love. Or, we will be happy and fulfilled when we have a house, have a child, do service. Yet I have worked with people who have and do all of the above and are still not happy, and I know of people who have little or none of the above and are frequently joyful.

        You might try to find your joy with substances such as alcohol or drugs, but I have never met anyone using these substances whose energy was truly joyful. You might try to find your joy through getting love from others, or through sacrificing yourself and caretaking others, but I have never met anyone who was a taker or caretaker who was truly joyful. So, what creates joy?

        Joy is not the result of what you do. Rather, you can find your soul-mate, make money, work at something you love, have a house, have a child, or do service with or without joy. Joy is a state of being that enters your heart when you are open to learning and taking loving care of yourself.

        Joy, like love and truth, is a gift of Spirit. Joy, love and truth enter your being when your heart is open. Joy is the feeling of exuberance and oneness that envelopes you once you have opened to feeling your pain, learning from it, and moving through it. 

        Joy cannot enter your heart when you are protected against your pain. When you protect against your pain, you close your heart to avoid the pain, and joy cannot enter a closed heart. Thus, joy is the result of doing your inner work to learn to keep your heart open.

        Sometimes I am amazed by this feeling of joy. I used to think that my joy would come from good things happening outside of myself. I certainly love for good things to happen, but often I find myself feeling great joy even when nothing is happening!

        I feel joy when my Inner Child feels loved by me, important to me, cherished by me, seen by me, valued by me. I feel joy when I attend to my wants and needs, saying "no" to others when I mean no, and "yes" to others when I mean yes. I feel joy when my Inner Child feels safe inside, knowing that I am taking care of her, knowing that I am connecting with my spiritual Guidance each moment so that we are not alone.

        Joy is your birthright. It's what makes life worth living. Once you taste it, you will want more and more of it. Yet too many people stay stuck in their safety zone, thinking that protecting against pain and trying to get love is what will make them safe and happy. But do you really feel safe inside? Are your protections really working to create safety within? 
 

        If you are willing to be honest with yourself and see that your protections aren't working, then maybe you will open your heart and embrace your pain, with a deep desire to learn what you may be doing that is causing it, so that you can feel the joy of Spirit.

Reference: http://www.seniormag.com/caregiverresources/articles/caregiverarticles/feelings-emotions/finding-joy.htm

1月17日

ซักวันผมจะฉลาด

เจอเธอบนรถไฟเป็นอาทิตย์ที่ 4 แล้ว
สังเกตจากตั๋วรถไฟแสดงว่านั่งมาจากหัวลำโพง
นั่งมากับพ่อเหมือนเดิม
ลงที่สถานีพระจอมเกล้า
เดินเข้าคณะวิศวะ
 
ตื่นเต้น
อบอุ่น
อิ่มใจ
อยากดูแลหัวใจสีแดง
 
ปล.ไม่ได้เกียวกับหัวข้อเลย - -'
1月1日

ปีใหม่แล้ว

            ปกติพอใกล้ปีใหม่ ข้าพเจ้าจะกลับมาบ้าน
กลับมาพักผ่อน พร้อมหน้าอยู่กับครอบครัว ซึ่งมี แม่ พี่ชาย ข้าพเจ้า และน้อง(สาว)
ครอบครัวข้าพเจ้าอาจจะแปลกกว่าชาวบ้าน หน่อยนึง
ที่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับ การ count down เข้าสู่ปีใหม่กันซักเท่าไหร่
ปีนี้ก็เช่นกัน พี่ กับ แม่ นอนตั้งแต่ 4ทุ่ม
จะมีผม กับ น้อง นั่งหน้าจอสี่เหลี่ยม...
 
notebook ครับ(ไม่ใช่ทีวี) โลกภายนอกจะเป็นยังไงช่างมัน หึหึ
 
จะว่าไป ก็ลองมาทบทวนดูว่า ข้าพเจ้าเมื่อปีที่แล้วกับปีนี้ มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงบ้าง
- เรื่องความหล่อยังคงเดิม และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ^^
- ตัง....แน่นอน เยอะกว่าปีที่แล้ว(เป็นลูกช่างเก็บ)
- ซื้ออะไร... แว่น4000 แต่ใส่บ่อยๆแล้ว ทำให้สายตาสั้นขึ้นจริงๆ (สะ สะ สะ....าด)
              ...PSP ซื้อแล้วคุ้มจริงๆ 1 เครื่องเล่นกัน 3คน
              ... หนังสือ ซื้อมามากมายอ่านไม่จบซักเล่ม 
- สุขภาพกาย... เหมือนจะแย่ลง มีอาการปวดหลัง สายตาแย่ลง(เพราะใส่แว่น<<')
- สุขภาพจิต...  แย่.....จะว่าไปปีที่แล้วก็แย่เหมือนกันแต่ไม่แย่เท่าปีนี้
                    ... เพราะทำงานคนเดียว
- ที่ทำงาน...   ที่เดิม
- skill...    ไม่ได้เพิ่มอะไรเท่าไหร่ เพราะทำแต่ koolquest ถึงแม้ว่าจะได้ร่วม project อื่นๆกับเขาบ้าง
- สภาพจิต... ได้ต่อสู้กับความคิดด้านลบมากมาย ใช้เหตใช้ผลมากขึ้น
-                รอบคอบมากขึ้น...
                พูดมากขึ้นนิดหน่อย...
                ยึดมั่นถือมั่นเกินไป...
                 sensitive นี่แก้ไม่หาย
                เป็นตัวของตัวเอง...
                ชอบที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ...ยังคงอยู่(รึเปล่าหว่า)
                เป็นคนดีขึ้น...(หึ_หึ)
 
หวังว่าปีนี้คงจะมีสิ่งดีๆ เข้ามาหาข้าพเจ้า
ไม่ต้องเคว้ง หลุดลอยไปไกล จนหาทางกลับไม่เจอ
 
11月30日

ผมเขียน blog เพื่อ?

 
เพื่อที่อนาคตจะกลับมาดู ความคิด ทัศนคติ ของตัวเองเกี่ยวกับเรื่องราว หรือปัญหา ที่เกิดในช่วงเวลาต่างๆ
 
บันทึกความทรงจำ
 
คลายเครียด
 
และผลพลอยได้... 
 
อยากให้ใครบางคนอ่าน ก็เข้าไปแก้ privacy ให้เข้ามาอ่านได้
 
 
 
 
11月19日

......

23.38น.: ............
 
 
 
 
 
 
23.48น.: เฮ้ออ
11月7日

เก็บไว้

พอดีได้ไปงานแต่งญาติมา เขียนไว้หน่อย เผื่ออนาคตเอามาปรับปรุงกับ งานของตัวเองบ้าง อิอิ
 

ภาพ ร้องเพลงคู่(จ้างมา) ก่อนได้ฉาย presentation แรก 

            ได้เป็นเบื้องหลังในงานแต่งญาติ ครั้งแรก
คราวนี้มีฉาย presentation ประกอบเพลงของคู่รัก ซึ่งญาติกระผมจัดทำขึ้น
(ข้างเวทีมีผมและญาติ นั่งคุมเครื่องกันอยู่ 2 คน)
แต่ด้วยงานนี้ ไม่มีการเตรียม (เตี๊ยม) ไว้ก่อน
           พอฉาก เลื่อนลงมาแล้ว ท่านผู้ชมจึงได้เห็นฺ Blue Screen จากแสงของ projecter  (ไม่ใช่ Blue screen of deadของ Microsoft)
อย่างยาวนานเพราะดันลืมไปว่าต้องกด Fn+F11 อีกรอบ ทำเอาเจ้าบ่าวเจ้าสาว และญาติๆ ใจหายใจคว่ำ
ประกอบกับพวกเราอยู่ด้านหลังฉาก เลยมองไม่เห็นว่าภาพมันขึ้นจอรึยัง  = ='
แต่present แรกก็ผ่านไปได้ด้วยดี........(ดีหล่ะมั้ง.........)
 
          พอ present แรกจบ จะต่อ ภาค2ทันที แต่ต้องเปิดอีกอัน (ทำไมมันไม่ทำให้มันต่อกันไปเลยฟ่ะ = =')
คราวนี้ ญาติกระผมก็ได้ซ้อมมาอย่างดีด้วยการกด F11 เพื่อให้ Flash presentation เปิดFullScreen ทันทีเหมือนอันแรก
แต่ พอเปิดขึ้นมาปุ๊บ.แต่ด้วยนิ้วคงพลาดไปโดน TouchPad ทำให้ Focus ไม่ได้อยู่ที่ present พอกด F11 ปุ๊บ .....
...
..
นิ่ง
..
..
ญาติกระผมออกอาการ  เฮ้ย เป็นไรฟ่ะ !!
อึ้งไปนิดกระผมก็เห็นและจัดการให้...กว่าจะได้ชม ทำให้ท่านผู้ชม(ที่รับประทานโต๊ะจีนอย่างตั้งใจ)
ได้เห็น DeskTop อันรุงรังได้ เกือบ 10 วิ.......
 
จบ.ไม่มีไรจะเล่าต่อ..
 
ปล. คนมางานมืดฟ้ามัวดิน  ส่วนใหญ่หอบลูกจูงหลาน มาทั้งครอบครัว กลัวไม่คุ้มกับซองที่ใส่?
ปย. โต๊ะเลยไม่พอ เสริมแล้วเสริมอีก วุ่นวายพิลึก
ปอ. พิธีกรบนเวทีพูดอะไรก็ไม่ค่อยมีใครฟัง  เพราะ              ตั้งหน้า    ตั้งตา           รับ  ประ  ทาน
ปฮ. ปิดท้ายด้วยคำถาม ว่าเจอกันได้ไง  ชอบอีกฝ่ายตรงไหน
ปD. พอกินกันเสร็จก็พากันกลับ บางคนหยิบเหล้าบนโต๊ะกลับไปด้วย!!
ปZ. แค่นั้นไม่พอยังกลับมาเอาอีกขวด!!!
        โดยใช้แขนเหน็บขวดเหล้าไปหวัดดีลาพ่อแม่เจ้าบ่าวเจ้าสาว  ( แม๊!! ช่างกล้า ด้านเหลือคณา!! พณฯสมชาย ก็สู้ไม่ได้!!)
 
จบจริงๆ ละ Happy Ending
10月5日

Computer Shortcuts



มีโอกาสได้เข้าไปในเวป http://www.scribd.com

ไปเจอ  Paper ที่รวบรวม shortcut ต่างๆใน computer

เห็นว่ามีประโยชน์ดี เอามา ลงซะหน่อย แถมมี Special Characters เอาไว้แปะ MSN ก็ได้อิอิ

 
9月17日

หัดใช้หมอง

วันนี้ได้อ่าน Fwd Mail ใจความว่า

เลขคำนวนสนุกๆ ไม่น่าเชื่อด้วยแหละ
            > > ลองเล่นดูนะ เหลือเชื่อเลย น่าจะเอามาเป็นข้อสอบ GMAT เข้า ป.โท นะเนี้ย*****
            > > ใครคิดสูตรนี้เนี่ย งง?
            > > 1. ในหนึ่งสัปดาห์คุณต้องการ เจอกับแฟนของคุณกี่วัน
            > > 2. เอาตัวเลขนั้นไปคูณด้วย 2
            > > 3. จากนั้นบวกด้วย 5
            > > 4. แล้วคูณด้วย 50
            > > 5. ถ้าปีนี้ยังไม่ถึงวันเกิดของคุณ บวกด้วย 1757
            > > >แต่ถ้าเลยมาแล้วบวกด้วย 1758
            > > 6. ลบด้วยปีเกิดของคุณเป็นปีคริสตศักราช เช่น เกิดปีพ.ศ. 2523 (ค.ศ.1980) ก็เอาตัวเลขนั้นลบ ด้วย 1980
            > > เอาล่ะ เราไปดูคำทำนายกันดีกว่า แน่ใจนะว่าคุณทำข้างบน เสร็จแล้ว
> > >ถ้าแน่ใจก็ไปดูคำทำนายจริงๆ
            > > กันได้เลย
            > > เฉลย ตอนนี้คุณมีตัวเลขอยู่สามหลัก
            > > ตัวเลขหลักแรก(หลักร้อย) เป็นจำนวนวันที่คุณตอบมาว่า
            > > อยากเจอกับแฟนของคุณสัปดาห์ละกี่วัน
Ø  > ตัวเลขสองหลักที่เหลือ เป็นอายุของคุณตอนนี้…
>>  ตรงกันมั้ยครับ เอิ๊ก เอิ๊ก

ด้วยความสงสัยเลย ทดลองคิดเล่นๆ โดยให้ ข้อ1แทนด้วยตัวแปร x แล้วทำตาม ลำดับไปเรื่อยๆ

ข้าพเจ้าอายุ 23 (ปี1985)และปีนี้ผ่านวันเกิดข้าพเจ้าไปแล้วเลยต้องคำนวนโดยใช้เลข 1758 สินะ

แต่ขอติด 1757 ไว้ด้วย จะได้เห็นกันชัดๆ

ผลลัพธ์ = 50(2x+5) + (1757 or 1758) -1985       
              = 100x +250 + (1757 or 1758) -1985
              = 100x + (1757 or 1758) -
1735
              = 100x + (22 or 23)
              = x00 + (22 or 23)
              = x22 or x23

คำตอบก็จะได้อย่างที่เห็น X หรือจำนวนวันที่อยากเจอกับแฟนก็จะอยู่หลักร้อยอย่างไม่ต้องสงสัย

ถ้าปีนี้ยังไม่ถึงวันเกิด ก็จะมีอายุ 22 และถ้าผ่านก็จะมีอายุ 23 ซึ่งเป็นเรื่องปกติ

Edited :20/9/2551 
แต่ถ้าคิดดีๆ โจทย์นี้ผิด ถ้าเราไม่ต้องการเจอแฟน (X=0) จะได้ผลลัพธ์ เป็น 22 หรือ 23
ซึ่งไม่มีหลักร้อย(เราไม่นิยมเขียน 0 ไว้หน้าสุด) อิอิ

...ใช้สมองวันละนิดชีวิตสดใส ห่างไกลยาเสพติด พิชิตความอ้วน  .....( _ * _' )

9月16日

สวัสดี

วนันี้ขอพมิอะไรหนอ่ย
จะอาน่มนัออกหรอืเป่ลานะ
ว่ากนัว่าถงึพมิพ์สระไมต่รงกนัเราก็ยงัอาน่กนัได้อ่ยูมนัจรงิไม๊
 
เปน็ไงอาน่กนัออกไม๊
เซง็จงัตอ้งไปสรรพากรอีกพุร่งนี้ ...จบ